เขียนเมื่อ
วันเสาร์ที่ 28012560(2017)
The Cycle of Life 1
เนื่องจากกระผมได้รับภารกิจอันไม่หนักหน่วง(ตอนแรกคิดแบบนี้)คือ
ได้สมัครงานแห่งหนึ่ง บริษัทนี้ดีมาก รับพนักงานทุกคน
แน่นอนผมได้เป็นส่วนหนึ่งขององค์กรนี้ (ไม่รู้โชคดีหรือโชคร้ายของบริษัท)
เพราะบริษัทเป็นตัวแทน(agency)หาพนักงานทำงานที่ต่างประเทศอีกทอดหนึ่ง ผมได้พูดคุยเรื่องเอกสารต่างๆ
คุณเอเจนส่งข้อมูลทางไลน์มาให้ สำหรับผม ผมโอเคเรื่องเอกสาร
โจทย์ในนั้น
ที่ทางเอเจนซี่ให้มาคือ หากวุฒิปริญญาบัตรเป็นภาษาไทย
คุณต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษโดยต้องมีการประทับตรารับรองจากสถานฑูตด้วย (สถานฑูตมาเลเซีย)
ผมโอเคโจทย์นี้มาก
เพราะมีเวลาเหลือเฟือ เราติดต่อจะไปทำงานที่นั้นปลายเดือนมกราคม 2560(2017)
สำหรับเรื่องที่เราคุยกันคือวันที่ประมาณ 4 มกราคม 2560(2017)
แต่มีโจทย์มาเพิ่มอีกหนึ่งโจทย์
คือ ทางต้นสังกัดส่งอีเมลมาโดยตรงคือวันที่ 12(พฤหัสบดี) มกราคม 2560(2017)
อยากให้ส่งเอกสารเป็นไฟล์พีดีเอฟ(pdf คือนามสกุลไฟล์คล้าย
.Doc(word),
.jpg(picture), .gif(ภาพเคลื่อนไหว) แต่ pdf เป็นนามสกุลที่เราจะแปลงไฟล์จำพวก .doc, .jpg เป็น .pdf เหตุผลเพราะผู้รับนามสกุล .pdf ไม่สามารถแก้ไขเอกสารเหล่านี้ได้โดยตรง
(ไม่เหมือน .doc เราเปิด แก้ไข เซพใหม่ได้)
โดยทางต้นสังกัดขอภายในหนึ่งอาทิตย์
ฉะนั้นผมต้องส่งให้ทันภายในวันที่
19(พฤหัสบดี) มกราคม 2560(2017) เนื่องจากผมทำอาชีพยาม
บริษัทผมเองมีโจทย์เหมือนกัน คือหากพนักงานจะหยุดควรแจ้งล่วงหน้าสัก 2-3 วัน
ผมต้องแจ้งหัวหน้าตามกฎเพื่อหยุดในวันจันทร์ที่ 16-17(อังคาร) มกราคม 2560
คิดไว้สองวันน่าจะเสร็จ(ผมได้ค่าแรงรายวัน)
ส่วนเรื่องลาออกผมแจ้งล่วงหน้าก่อนวันปีใหม่แล้ว
ผมเจอโจทย์ชีวิต
เอกสารด้านใบรับรองวุฒิปริญญาบัตรผมหายหมด หายแม้กระทั่งใบเปลี่ยนชื่อ,บัตรประชาชน
ผมต้องทำบัตรประชาชนใหม่ซึ่งโจทย์นี้ไม่ยากอะไร
ฉะนั้นตอนนี้ผมเจอโจทย์อยู่สองโจทย์
1.ต้องเอาใบปริญญาบัตรที่ม.กรุงเทพใหม่
2.ต้องเอาใบปริญญาบัตรไปให้สถานฑูตรับรอง
โจทย์ที่
1. ผมโทรไปทางมหาวิทยาลัยกรุงเทพก่อน โดยปกติผมจะไม่เสี่ยงเดินดุ้ยๆตามสถานที่นัดต่างๆ
ผมจะค้นหาข้อมูลตามอินเตอร์เน็ตหรือโทรสอบถามเจ้าหน้าที่โดยตรงเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องที่สุด
เมื่อโทรไป
ผมเล่าเรื่องที่อยากขอใบรับรองวุฒิใหม่และอยากทราบเวลาที่ทำรายการใช้เวลานานเท่าไร
เพื่อจะได้ตัดสินใจว่าเราควรทำเรื่องอะไรต่อไป
สิ่งที่เจ้าหน้าที่บอกคือใช้เวลาไม่นานประมาณ 10-20 นาที
แต่ต้องดูก่อนว่าเก็บไว้ไหน และอาจต้องให้อาจารย์เซ็นด้วย
ซึ่งไม่รู้ว่าวันนั้นอาจารย์มาหรือไม่
ผมตอบทันที
ผมต้องการทราบการทำรายการที่แน่นอน ผมไม่อยากเสียเวลาเข้าไปโดยเมื่อไปถึงแล้ว
ต้องติดขัด ต้องรอ โดยเฉพาะประโยคที่ว่า
ต้องให้อาจารย์เซนด้วยและไม่รู้อาจารย์อยู่หรือเปล่า และคำว่าหาดูก่อน
ทำให้ผมเป็นห่วงเรื่องการเก็บตกเอกสารของผมหล่นหาย ผมจึงตอบว่าผมรหัส 39
หมายถึงเริ่มเป็นนักศึกษาปี 2539
ผมตอบตรงประเด็นเรื่องเวลา
ผมจะไปขอเอกสารในวันจันทร์ที่ 16 ที่จะถึงนี้
ไม่ทราบติดขัดอะไรบ้าง เพราะผมไม่อยากเสียเวลา(จริงๆ) กับความไม่พร้อม
ผมจึงชอบโทรเพื่อให้เข้าใจในการทำรายการ ผมต้องเตรียมอะไร (ซึ่งเปิดเวปม.กรุงเทพ
ให้นำเอกสารใบเปลี่ยนชื่อมาด้วย คือผมเปลี่ยนชื่อหลังจากจบม.กรุงเทพแล้ว)
ผมคลายกังวลเพราะผมบอกปีรหัสนักศึกษา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ทะเบียนไม่ได้แย้งอะไรหรือต้องการสืบค้นข้อมูลอะไร
โจทย์ที่
2. ผมโทรทางสถานฑูต เรื่องเอกสารเรื่องการแปล ผมต้องทำอย่างไร เจ้าหน้าที่ตอบ
ทางสถานฑูตไม่มีการแปลเอกสารให้ ฉะนั้น ผมต้องไปแปลเอกสารที่สถานกงสุล แจ้งวัฒนะ
ให้สถานกงสุลรับรองมา ทางสถานฑูตที่นี่จะรับรองให้อีกที
ตอนนี้ผมเจอโจทย์เพิ่มเป็นโจทย์ที่
3. ผมต้องไปสถานกงสุล แจ้งวัฒนะเพื่อแปลงเอกสารภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ
ผมเปิดเวปทันทีเจอคนในเน็ต
เรื่องค่าแปลเอกสาร ไม่มีเรื่องอะไรเลย นอกจากคำว่าสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมาก
ประชาชนในเวบบอก
การแปลเสียค่าแปลต่างหาก หากแปลผิดต้องกลับไปแก้ใหม่ (ตรงนี้ผมดูราคาการแปล
คิดไว้แพงแต่ผมต้องยอมเสียมากกว่าเสียเวลา
เนื่องจากเจอโจทย์ขอเอกสารภายในหนึ่งอาทิตย์)
ประชาชนในเวบโว้ยอีกเรื่อง
ค่าดำเนินงานเสียค่าดำเนินชุดละ 200 บาท หากอยากได้ด่วนต้องเสียเพิ่มสองเท่าเป็น
400 บาท สิ่งที่ชาวบ้านโวยคือ เขาเข้าใจคำว่าชุดเป็นปึกมิใช่เป็นแผ่นๆ
หากคุณต้องให้กงสุลรับรองเช่น
ใบทะเบียนบ้าน,
บัตรประชาชน, ใบเปลี่ยนชื่อ ทั้งหมด 3
ชุดครับ พูดง่ายๆให้เข้าใจ มี 3 แผ่น
ราคาปกติ
200 * 3 = 600 บาท (ส่งทางไปรษณีย์ประมาณ 2 วัน)
ราคาด่วน
400 * 3 = 1200 บาท (รอรับภายในวันเดียว รับเอกสารหลัง 14:30 น.)
ผมเข้าใจ
ผมยอมจ่ายทางด่วนเพราะเจอโจทย์เรื่องขอเอกสารภายในอาทิตย์เดียวครับ
อันนี้ผมเตรียมเรื่องเงินและคำนวณค่าใช้จ่ายคร่าวๆแล้ว รู้แล้วเวลาทำงานกงสุลเริ่ม
08:00 น. เห็นในเวบบอกไปตั้งแต่ 07:00 น. เพื่อรอคิวแรก
เจอโจทย์เพิ่ม
จากที่ผมอยู่แถวรามคำแหง จะไปแจ้งวัฒนะอย่างไร ผมเปิดเวบอีกแล้ว ถามลุงป้าน้า
และอากู๋ตอบให้ บอกหน้าราม1มีรถตู้ไปปากเกร็ด อุ้ย...สวรรค์เป็นใจ
เปิดทางกลีบดอกกุหลาบให้ผู้ใจบุญ
คิดว่าพร้อม
รออย่างเดียวคือวันจันทร์ และ....แล้ว.....................
วันจันทร์ที่
16/01/2560(2017) มาถึง
อันนี้สบายมาก ผมแค่กลับไปยังที่ื ที่ๆเคยเยือน ไม่เห็นรู้สึกตื่นเต้นตรงไหน
ผมนั่งรถเมล์ไปลงหน้าเซนทรัลพระรามเก้า เพื่อต่อรถไฟใต้ดินไปโผล่หัวศูนย์ประชุมสิริกิตติ์
ม่ายยยมีปัญหา นินจาเต่าชำนาญด้านใต้ดิน ออกแถวศูนย์ประชุม คิดไว้ขึ้นแท็กซี่ดีฟ่า
ปรากฎว่าอูเบอร์หรือเกรปลืมเติมเงินลงบัตรเดบิต เวรกรรม…แล้วตูจะเติมเงินได้ไง ศูนย์ประชุมมีแต่ตู้ ATM ส่วนอูเบอร์จ่ายเงินสดได้แต่ผมอยากลองใช้โปรเกรบเพราะโปรอูเบอร์หมดลง ช่วงนั้นใน uber facebook ไม่มีโปรให้เลย
ไม่เป็นไร ผมเดินเลยมาหน่อยก็ได้ มันเดินไม่ไกล มาถึงป้ายรถเมล์ อารมณ์ขี้เหนียวเกิดอีกล่ะ
แหม…ป้ายรถเมล์เดินอีกนิดก็ถึง แถมรถไม่เป็นติดเลย ผมตัดสินใจฉับพลันเดินไปขึ้นรถเมล์ดีกว่า
สายที่คุ้นเคยมาพอดีเลย ปอ.507 (เห็นมะทำบุญมาดี) ผมขึ้นรถเมล์บอกม.กรุงเทพ แถมบอกกระเป๋าด้วยซ้ำ
ถ้าถึงม.กรุงเทพช่วยบอกผมลงด้วยนะครับ
กระเป๋ารถเมล์รับทราบ ตอบรับผมอย่างดี
เธอตอบรับผม เหมือนคนไทยทั่วไป คือตอบรับ เออๆๆ รับทราบ รับเอกสาร แล้วเรื่องเงียบหายเข้ากลีบเมฆ
เธอปล่อยให้ผมตรัสรู้เอง ด้วยการเงยหน้าขึ้นมองผ่านกระจกหลังจากอ่านอีเมลในมือถือและคุย line เสร็จ สิ่งที่เห็นเบื้องหน้าคือ รถเมล์กำลังเลี้ยงขวาไปทางพระโขนง โอ้แม่เจ้า….ผมอุทานตามภาษาคนรักวัฒนธรรมไทย ลงสิลูกจะนั่งโง่อยู่ทำซากอะไร ถามคนนั่งข้างๆให้แน่ใจ
มันเลยม.กรุงเทพแล้วนะ ไม่ได้ระลึกชาติผิด ทุกคนพร้อมใจกันตอบให้ผมชื่นใจไม่ได้คิดผิด
ใช่ค่ะ/ครับ เลยแล้ว
ผมลงรถเมล์ทันที
ก่อนลงเห็นนังตัวแม่นั่งเม้าส์ ผมอารมณ์งุงินิดหน่อย เดินเข้าไปหานังตัวแม่ “พี่ครับ ถ้าถึงม.กรุงเทพช่วยบอกด้วยนะครับ”
นังตัวแม่เฉย
อย่างน้อยไม่ตอบกลับแบบกวนๆ หรือพูดจาไม่ดีตอกกลับ ผมเห็นเธอเงียบก็เฉย แค่อยากบอกนังแสบว่าวันหลังถ้าไม่ว่างหรือไม่อยากดูให้ลูกค้า
อย่าไปรับปากเขาครับ คนเขานั่งอย่างสบายใจทำธุระส่วนตัว ไม่ได้สังเกตุ มันไม่ใช่ภาพถ่ายอดีต 40 ปีที่แล้วกับภาพปัจจุบันนะเจ๊ ผมถึงจำอะไรไม่ได้เลยอ่า
เดินลงมาข้ามถนนไปอีกฝั่ง
ดีใจกูนั่งรถเมล์เลยม.กรุงเทพจริงๆ ไม่ใช่โดนแก็งทฤษฏีสมคบคิดหลอกให้เขาใจว่าเลยม.กรุงเทพ (ผมชอบมองโลกในแง่ดี) ย้อนกลับด้วยรถเมล์อีกที ไม่เป็นไร ผมเห็นเวลายังเช้าอยู่เลยครับ
ผมเป็นนักคิดครับ
เราเจอโจทย์แบบนี้จะแก้ปัญหาอย่างไร
-
คนนั่งวันหนึ่งเป็นร้อย บางคนพึ่งเดินทางเข้าเส้นทางนี้ครั้งแรก จะให้นังแสบสนใจลูกค้าทุกคนก็เหนื่อยตายชัก
บริการดี ทิบไม่เห็นได้สักบาท ทำดีเคยมีลูกค้าโทรเข้าไปชมพนักงานให้เงินเดือนขึ้นก็ไม่มี
จะให้กูมานั่งพูดทุกป้าย รู้สึกเหนื่อยปวดกะบาล
ศิราณีขอตอบค่ะ พี่เข้าใจและเห็นใจจากคำถามที่น้องส่งมาค่ะ พี่่รู้…คนไทยทุกคนล้วนเป็นกูรูด้านชีวิตทั้งนั้น(ก็อปปี้ประโยคนี้มาอ่า) ปัญหานี้พี่แก้ไม่ยากค่ะ
พี่เดินทางเมืองนอกค่ะ ไม่ต้องไกลมาก แค่สิงคโปร์หรือที่ไหนสักแห่ง จะมีเสียงบอกค่ะ
หรืออย่างน้อยมีป้ายไฟบอกไว้ที่รถ ถึงไหนแล้ว พี่เชื่อมั่น คนไทยทุกคนล้วนเป็นกูรูด้านไอทีค่ะ
มีทั้งกูเกิลแมป แอปเปิ้ลแมป จีพีเอสหรือsomething right อะไรสักอย่าง ที่มันใช่ เอามาใช้เถอะค่ะ ถ้าขี้เกียจมากหรือชอบนั่งรับประทานค่าหัวคิว
แนะนำให้ซื้อโปรแกรมเมืองนอกมาเลยค่ะ แนะนำตรงๆคงไม่โกรธค่ะ ชอบคนจริงใจไม่ใช่รึค่ะ
จาก ศิราณี
ขอบคุณพี่ศิราณีครับ
หลังจากที่ผมย้อนรถเมล์มาม.กรุงเทพ ผมได้ถึงปากซอยและเดินเข้ามาในซอย
เห็นภาพอดีตและปัจจุบัน รู้สึกคนไทยเก่งสร้างตึกครับ ตอนนี้ผมเห็นการสร้างที่อยู่อาศัพพวกคอนโดมากขึ้น
สิ่งหนึ่งที่คนไทยชอบด่ากันคือการไม่รู้จักกาลเทศะ ผมได้ยินบ่อย เราชอบให้นักเรียน
นักศึกษาแต่งตัวให้เรียบร้อย ในขณะที่เราโตขึ้น เรากลับทำสิ่งไร้ระเบียบในสังคมจนเละไปหมด
วันนี้ผมแต่งตัวให้ถูกกาลเทศะ
ผมใส่ชุดคอปก ขายาว รองเท้าหุ้มสน เพราะผมมาติดต่อเรื่องเอกสาร ไม่ใช่มาพบปะพูดคุยกับรุ่นน้อง
ผมฉลาดพอที่จะปรับตัวให้ถูกสถานที่ ถูกเวลา
ผมมาถึงฝ่ายลงทะเบียน
ไม่ต้องพูดอะไรมาก ตอบจุดประสงค์การมาพบ ยื่นเอกสารที่เตรียมไว้เพราะผมโทรมาถามล่วงหน้าไว้ก่อนแล้ว
สิ่งที่ได้คำตอบคือ
น้องกรุณารอประมาณ 1 ชั่วโมง ผมตอบทันทีต้องรอนานขนาดนั้นหรือครับ ในเมื่อก่อนมาพบ
คุณคุยทางโทรศัพท์กับผม บอกใช้เวลาเพียง 10-20 นาที แถมตอนคุยกันผมแจ้งรหัสนักศึกษาผมปี 2539 (1996) จะติดอะไรตรงไหน คุณบอกมาได้เลย
ผมพูดว่า ผมจะไปทำงานเมืองนอก
ซึ่งเขาขอเอกสารเป็นภาษาอังกฤษ ผมต้องเอาใบรับรองวุฒิที่ทางมหาวิทยาลัยให้ ไปแปลเป็นภาษาอังกฤษที่สถานกงสุลก่่่่่่่่่่่่่อน
ช่วงนี้หลังจากที่นั่งรถเมล์เลยป้าย ผมอยู่เวลาประมาณ 09:20 น. หากรอหนึ่งชั่วโมง นั้นหมายถึงเสร็จประมาณ 10:30 น. ผมพูดกับเจ้าหน้าที่ผมไปไม่ทันแจ้งวัฒนะก่อนเที่ยงแน่นอน
เจ้าหน้าที่ท่านนั้น
เรียกตัวเองว่าอาจารย์ อาจารย์กล่าวว่า เดี๋ยวทางมหาวิทยาลัยแปลให้ค่ะ ผมก็ย้อนกลับไปว่า
แล้วต้องไปกงสุลให้รับรองเอกสารไหม คือถามเผื่ออาจารย์รู้ อาจารย์บอกไม่ต้องนิ มหาวิทยาลัยรับรองให้อยู่แล้ว (ไอ้ผมคิดตรงกับอาจารย์ สถาบันที่น่าเชื่อถือรับรองให้ น่าจะไม่มีปมด้อยเอ้ยปัญหาอะไร)
ผมมานั่งทานข้าวสบายใจ
รอแค่ชั่วโมงไม่เห็นมีปัญหาอะไร ตอนนี้ผมใจเย็นลง หากมีการแปลให้จากมหาวิทยาลัยแล้ว
ผมลางานสองวัน น่าจะเพียงพอ อุ้ย…ทำบุญมาดีสบายใจจัง
นั่งทานข้าวได้ประมาณเกือบชั่วโมงตามที่อาจารย์บอก
อาจารย์โทรมาให้มารับเอกสาร ผมไปเอาทันที ตอนรับเอกสารมา ผมตกใจ
ในใบรับรองวุฒิยังคงใช้ชื่อเก่า
แน่นอนหากใช้ชื่อเก่า ผมต้องแนบเอกสารใบเปลี่ยนชื่อให้บริษัทด้วย ถูกต้องนะคร๊าบบบ
แล้วทำไงล่ะ ผมสมัครงานบริษัทต่างประเทศนะครับ จะให้แนบเอกสารภาษาไทย คนฉลาดรู้ล่วงหน้าทันที
บริษัทต้องขอใบแปลใบเปลี่ยนชื่อด้วยสิ
ผมโต้ตอบกลับอาจารย์ด้วยอารมณ์ทันที
อาจารย์น่าจะบอกก่อนว่าใบรับรองวุฒิเป็นชื่อเดิม ทั้งๆที่ผมแนบใบเปลี่ยนให้อาจารย์แล้วด้วย
ผมกล่าวต่ออีก หากเป็นชื่อเก่าผมต้องเอาใบเปลี่ยนชื่อไปให้กงสุลแปลให้ที่แจ้งวัฒนะ
ซึ่งมีค่าเท่ากัน ตอนนี้เวลา 10:30 น. ผมไปไม่ทันก่อนเที่ยงแน่นอน
ผมขออาจารย์ช่วยผมหน่อยได้ไหมครับ
ช่วยเปลี่ยนชื่อให้ผมหน่อย อาจารย์กล่าวว่าหากเปลี่ยนชื่อต้องได้รับการอนุมัติจากอธิการบดีก่อน
รู้สึกขั้นตอนยุ่งยากจัง ผมถามกลับ แล้วทำไมอาจารย์ไม่บอกแต่แรก ผมแนบใบเปลี่ยนชื่อให้
อาจารย์น่าจะโทรมาถามผมบ้าง (คือผมมองว่าประสบการณ์ในการบริการของคุณ
ไม่มีใครเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุลหรือทำงานต่างประเทศบ้างเหรอ) พวกคุณไม่เอะใจปัญหาที่จะเกิดกับผมล่วงหน้าบ้างเหรอ
แล้วผมทำอย่างไร
ผมคุยย้ำช่วยอะไรได้ไหม คำตอบอย่างเดียวคือไม่ได้ ผมเบื่อล่ะ เบื่อที่สุด ผมเดินออกมาพร้อมบอกอาจารย์ “พวกคุณไม่รู้หรอก ผมลำบากแค่ไหน” ผมต้องออกมานั่งด้านนอกเพื่อโทรศัพท์หาสถานกงสุล ยืนยันคุณต้องมาก่อนเที่ยง
ผมโทรหาหัวหน้าขอหยุดงานเพิ่มอีกหนึ่งวันรวมทั้งหมด 3 วัน ค่าแรงผมไม่เยอะหรอก ถ้าเทียบปริญญาตรีืที่ได้ค่าแรงขั้นต่ำ 15000 บาท/เดือน หรือตกวันล่ะ 500 บาท/วัน ค่าแรงของผมน้อยกว่า 500 บาทอีก แต่ผมสนใจจำนวนวันหยุดเพราะผมไม่ได้ใช่คนมีอันจะกิน
ตอนนี้ค่าแรงผมหายไป 3 วันแล้ว ทำอะไรไม่ได้
นอกจากทำใจ
หลังจากขอหยุดเพิ่มอีกหนึ่งวัน
รู้สึกโล่งใจ คือเราไม่มีปัญหากับที่ทำงาน ผมจึงเอาเวลาที่เหลือไปเขตดีกว่า คือผมจะทำเรื่องใบเปลี่ยนชื่อ
นึกได้ว่าใบเปลี่ยนชื่อของผมเป็นใบสำเนา เพื่อติดขัดอะไร น่าจะเอาใบเปลี่ยนชื่อตัวจริงไปกงสุลด้วยดีกว่า
ผมจึงไปเขตพระโขนงหรือคลองเตยไม่รู้
อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ผมติดต่อเจ้าหน้าที่เรื่องใบเปลี่ยนชื่อ ผมบอกว่าผมมาทำใบเปลี่ยนชื่อใหม่
เจ้าหน้าที่แนะนำ หากทำใบเปลี่ยนชื่อใหม่ต้องทำที่เขตที่ออกใบจริงให้ในตอนแรกเท่านั้น
ผมจึงขอใบคัดสำเนาใบเปลี่ยนชื่ออย่างเดียว ผมถามเจ้าหน้าที่ ใบเปลี่ยนชื่อหายต้องแจ้งความไหม
เจ้าหน้าที่ตอบ "ไม่ต้องแจ้งความ"
ผมถามต่อ ใบคัดสำเนาใบเปลี่ยนชื่อ
นำให้กงสุลรับรองด้านเอกสารจะมีปัญหาอะไรไหมครับ
เจ้าหน้าที่ตอบ "ไม่มีปัญหาค่ะ" สถานกงสุลรับรองเอกสารใบคัดสำเนาใบเปลี่ยนชื่อด้วย
ตอนนี้ผมโล่งใจแล้ว
จึงถามต่อ ใบคัดสำเนามีอายุไหมครับ คือผมจะทำใบคัดสำเนาใบทะเบียนบ้านด้วย
เจ้าหน้าที่ตอบ "ใบคัดสำเนามีอายุ 1 ปีค่ะ ปกติหากยื่นใบคัดสำเนา บริษัทจะเก็บไว้เลยมากกว่า"
หลังจากที่ผมได้รับคำตอบ
ผมย้ำคนไทยอีกครั้งเรื่องใบคัดสำเนาใบเปลี่ยนชื่อ ผมถามว่าหากไปกงสุลให้รับรองแปลภาษา
กงสุลยอมรับใบคัดสำเนานะครับ ยอมรับค่ะ นั้นเป็นคำตอบที่ผมโล่ง
ผมจึงเดินออกมาจากสำนักงานเขตหลังจากใช้เวลารอคิวไม่นาน
ออกมารู้สึกเวลายังเที่ยงอยู่เลย นิสัยผม ผมชอบเผื่อครับ หากทำใบเปลี่ยนชื่อใหม่ให้ทำที่เขตที่ออกให้ตอนแรก
ผมเห็นเวลาเหลือจึงนั่งรถเมล์ สายเดิม ปอ.507 ไปลงแถวหัวลำโพงเพื่อไปสำนักงานเขตสัมพันธวงศ์
การเดินทางเรื่อยๆไม่มีปัญหาอะไร
ผมลงหัวลำโพงต่อสามล้อไปเขตเพราะรู้ว่าไม่ไกลหรอก ราคาค่ารถไม่สูงเท่าไร หลังจากที่ถึงเขตสัมพันธวงศ์
คำตอบที่ผมได้รับคือ
ใบเปลี่ยนชื่อหาย มาทำใหม่ต้องนำใบแจ้งความมาด้วยค่ะ สรุปคือใบเปลี่ยนชื่อหายต้องแจ้งความครับ
กูเซ็ง….พูดได้คำเดียว กูเบื่อ กูนั่งรถเมล์ผ่านสถานีตำรวจกี่สิบสถานี กูต้องนั่งมอเตอร์ไซด์รับจ้าง 40 บาทเพื่อไปสถานนีตำรวจพลับพลาไชย ซึ่งเป็นสถานีตำรวจที่อยู่ใกล้ที่สุด แถมต้องนั่งย้อนกลับมาสำนักงานเขตที่เดิมด้วยราคา 40 บาทอีกครั้ง เสียตัวยังไม่เสียใจเท่านี้เลย พับผ่าสิ
หลังรอเจ้าหน้าที่ทำงานด้านเอกสารให้ผม
เจอเจ้าหน้าที่คนหนึ่งบ่น มีเอกสารตีกลับเพราะเขียนพ.ศ.เกิดผิด เธอด่าคนนั้นใหญ่ว่า ใครจะไปตรวจพ.ศ.เกิด ใครจะไปคิดคนเกิดกรอกตัวเลขผิด มาแล้วค่ะ วิญญาณศิราณีเข้าสิง
ศิราณี : พี่เชื่อมั่น คนไทยทุกคนเป็นกูรูด้านสังคมค่ะ ปัญหานี้พี่ศิราณีเคยประสบเหมือนกัน
น้องจะไปว่ากล่าวคนกรอกผิดไม่ได้ค่ะ น้องต้องรู้จักด่าตัวเองนะคะ เป็นเจ้าหน้าที่ด้านเอกสาร
เวลาให้ตรวจน้องขี้เกียจตรวจ ทำงานแบบขอไปที เวลามีปัญหาแล้วชอบโยนความผิดให้คนอื่น
มันเป็นสันดารไม่น่ารักค่ะ
อุ้ย….พี่ศิราณีคิดเหมือนผมเลย ผมเคยเจอไปรษณีย์ส่งพัสดุช้า ตรวจสอบแล้ว เจ้าหน้าที่ส่งผิดที่
มาโทษผม กรอกรหัสไปษณีย์ผิด แม่เจ้า….กรอกชัดเจน
ห้างเซนทรัล แกรน พระรามเก้า แปลว่า แถวพระรามเก้า สาขาลาดพร้าว แสดงว่าห้างอยู่แถวลาดพร้าว
คือดูแต่รหัสไปรษณีย์อย่างเดียวเหรอ ขอโทษนะเฮีย เด็กจบป.หกอ่านหนังสือออกแล้วครับ อีกอย่างไม่ได้เขียนรหัสผิดสักหน่อย เวลามีปัญหาแล้วชอบโยนให้คนอื่นผิด
มันเป็นสันดารไม่น่ารักครับ (ก็อปปี้พี่ศิราณี)
ผมได้แต่แอบด่าพนักงานในใจ
ตัวเองไม่ตรวจสอบข้อมูลแล้วยังด่าเขาอีก ช่างมันเถอะ ผมเกิดเป็นชาวนาเดียไม่ใช่ชาวบ้านสักหน่อย
ไปยุ่งชาวบ้านเพื่อ?
หลังจากได้รับเอกสารใบแทนใบเปลี่ยนชื่อมาด้วย
กะทำใบคัดสำเนาทะเบียนเก็บไว้ดีกว่า ผมเดินกดบัตรคิว รอไม่นาน เจ้าหน้าที่พบแล้วพูดกับผม “ใบคัดสำเนามีอายุ 3 เดือนค่ะ”
อ้าวววเวรกรรม
ไหนเจ้าหน้าที่เขตอีกคนบอก 1 ปี ผมตอบทันที
เจ้าหน้าที่เขตอีกท่านบอกผม 1 ปี และพูดต่อด้วย
พวกคุณให้ข้อมูลไม่ตรงกัน คือมันไม่เสียเวลาผมเพราะรอคิวไม่นาน แต่มันเบื่อเรื่องการตอบคำตอบพื้นๆ
คำถามทั่วไป ซึ่งพวกคุณยังตอบผิดและมั่ว
ทำให้ผมเป็นคนขี้จุกจิกเวลาผมถามปัญหาพนักงานเรื่องอะไรแล้วแต่
ผมต้องย้ำมากกว่าหนึ่งครั้ง เช่นเคยไปเที่ยวเวียดนามถามพนักงานแบงค์กรุงเทพ บัตรเดบิตผมใช้ถอนเงินสดต่างประเทศได้ไหม
คำตอบคือได้ แต่ความจริง ผมถอนเงินจากตู้ ATM ประเทศเวียดนามไม่ได้ ผมโดนล็อค โชคดีที่บัตรเดบิตอื่นถอนเงินสดได้ และโชคดีที่ผมกระจายเงินไม่กระจุกเงินที่บัตรเดบิตธนาคารกรุงเทพบัตรเดียว
ผมนำเรื่องนี้เล่าให้แม่ค้าส้มตำแถวบ้านฟัง
แม่ค้าถาม เธอแก้ปัญหานี้อย่างไร อุ้ย…องค์ลง
ศิราณี : พี่เชื่อมั่นทุกคนเป็นกูรูด้านสังคมค่ะ ประเทศเวียดนามมีเวสเทร์น ยูเนียนค่ะ
พี่ศิราณีคิดไว้หากใครมีปัญหาลองปรึกษาเวสเทร์นหรือบริษัทการส่งเงินระหว่างประเทศได้ค่ะ
ขอบคุณครับ
พี่ศิราณี
หลังจากผมเล่าเรื่องนี้ให้แม่ค้าส้มตำฟัง
วันรุ่งขึ้นผมเห็นธนาคารกรุงเทพสาขาบิ๊กซีอิสรภาพขึ้นป้าย เวสเทร์น ยูเนียนทันที เอ๋….เหตุใด อาตมามองไม่เห็นแต่แรกว่ะ สงสัยผีบัง
จบวันนี้แล้วคร๊าบบบบบบบ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น