วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

The Cycle of Life 5

เขียนเมื่อวันที่ 19/02/2560(2017)

The Cycle of Life 5

วันที่หก 23/01/2017

         หลังจากที่ส่งเอกสารเสร็จเรียบร้อย ผมลาออกตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2560 ด้วยความที่เรามีปัจจัยน้อยพอสมควร ผมเห็นวันว่าง 21-25 มกราคม 2560 ผมขอหัวหน้าทำงานต่ออีกห้าวันได้ไหม หลังจากที่หน้าด้านหยุด 16-20 มกราคม 2560 หัวหน้าด้านบอกได้ ผมก็ด้านมาทำงาน ตอนทำงานเหลือห้าวัน ผมไม่อยากกลับไปเป็นยามที่เดิมอีกแล้ว เนื่องจากเหนื่อยมาก เป็นยามประจำธนาคาร ต้องทำสารพัดอย่าง เปิดและปิดประตู ต้องพูดสวัสดีครับ ต้องพูดขอบคุณครับ พูดแค่นี้ไม่ได้นะครับ ต้องเอ่ยชื่อธนาคารด้วย เพราะกลัวลูกค้าเข้าผิดแบงค์ แถมผมต้องกดบัตรคิว ลูกค้าใช้อะไรปฏิเสธไม่ได้อีก

เคยทำงานเป็นยามที่ลานจอดรถ คอนโด เรานั่งเฝ้าและเดินตรวจตามตาราง งานดูสบายมาก ผมอยู่ธนาคารโดนใช้สารพัด รู้สึกทำดีแค่ไหนยังโดนเรียกร้องอีก ผมยืนจนหัวเข่าเริ่มปัญหา ผู้จัดการใจดีครับ วันปีใหม่ให้เงินผมหนึ่งพันบาท ผมเอาไปซื้อ power bank   

ผมไม่ไหวกับที่ทำงานเก่าขอหัวหน้าไปที่ใหม่ได้ไหม หัวหน้าผมใจดีนะครับ ขออะไรได้หมด ไม่รู้พี่แกด่าลับหลังหรือเปล่า แต่อย่าได้แคร์เพราะผมห่วงสุขภาพตัวเองมากกว่า ผมมาทำงานที่ใหม่ โดนเรียกให้ย้ายกลับไปที่ธนาคารเดิม มันเป็นอะไรที่สแกลรี่ มูฟวี่มาก(หนังสยองขวัญ) ผมบอกเลย เหลืออีกแค่สามวัน ผมลาออกดีกว่า ผมไม่อยากกลับไปที่เดิมแล้ว หัวหน้าคนใหม่ที่คุมโซนนั้นคงเห็นผมเรื่องมากมั้ง แต่ผมฝากขอโทษด้วยครับ ผมไม่อยากกลับไปยืนแล้ว หัวเข่าผมไม่หายสักที แม้หยุดติดต่อกันห้าวัน อุตส่าอาการดีขึ้น หากผมกลับไปอีกรับรองหัวเข่าพังแน่

ผมยืนยันว่าผมไม่อยากย้าย แต่ผมไม่อยากมีปัญหา ผมขอลาออกเลยได้ไหม หัวหน้าบอกไม่ได้ ถ้าลาออกจะโดนปรับพันห้าเพราะผมไม่ได้แจ้งล่วงหน้า ผมมาทำงานต่ออีกห้าวัน โดนปรับพันห้า ใครจะบ้าออกครับ แกขู่ได้ผล ผมไม่อยากดื้อแต่ที่ทำงานเก่ายืนเกือบทั้งวัน ผมไม่ไหวจริงๆ

นั้นเป็นครั้งแรกของผม ที่ผมรู้สึกว่าชีวิตของคนไม่มีทางเลือก พูดให้เข้าใจคืนคนไม่เงิน เวลาโดนบีบมันเป็นอย่างไร
แถมมาทำงานที่คอนโดนี้ก็มีปัญหาอีกคือไม่รู้เรียกรับน้องหรือเปล่า แต่ผมรำคาณทำงานอีกแค่สามวันก็ออกแล้ว อย่าเรื่องมากกับผมได้ไหม

ในที่สุดทำงานจนถึงวันที่ 25 มกราคม 2560 และได้ลาออกสมใจ

วันที่เจ็ด 25/01/2017

                   ผมจบเรื่องการส่งเอกสารเมื่อวันศุกร์ที่ 20 มกราคม พ.. 2560 ซึ่งผมเข้าใจว่าเรื่องเอกสารส่งไปแล้ว ผมคงใช้พาสปอร์ตท่องเที่ยวแล้วเขาไปยังฝั่งประเทศมาเลเซีย เมื่อพบเจ้าหน้าที่บริษัท  บริษัทคงจัดการเรื่องวีซ่าการทำงาน (work permit เวิร์ค เปอร์มิท) ได้ ตอนนี้ผมได้แต่รอเวลา ถามฝั่งบริษัทจัดหางานฝั่งไทยเรื่องตารางการบิน สิ่งที่ผมอยากรู้เพราะผมต้องจัดการเรื่องส่วนตัวที่นีด้วยเช่น

1.ผมเช่าห้องอยู่ ผมบอกเจ้าของหอพักล่วงหน้าแล้วจะออก แต่คราวนี้ผมไม่ทราบเวลาเดินทางที่แน่ชัด เจ้าของหออยากได้เวลาที่แน่นอน เพื่อที่จะบอกลูกค้าอื่นที่เข้ามาดูห้องได้

2.ผมใช้ซิมเอไอเอสแบบผูกพันรายปี ผมเหลือสัญญาประมาณหกเดือน แน่นอนผมไม่อยากจ่ายค่าปรับหรือทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เพื่อให้ตัวเองเสียเครดิตได้ ฉะนั้นเพื่อไม่ให้ซิมเปล่าประโยชน์ ผมพบพี่คนหนึ่งที่พึ่งรู้จักกัน พี่ใช้ซิมยี่ห้ออื่นจ่ายรายเดือน 700-800 บาทต่อเดือน ผมเสนอซิมของผมโดยพี่ออกครึ่งหนึ่ง ผมช่วยออกครึ่งหนึ่ง ด้วยความซวยเอไอเอสดันออกโปรโมชั่นใกล้เคียงกับแพคเกตผมคือย้ายค่ายลดค่าแพคเกตครึ่งหนึ่ง ทำให้ผมต้องแข่งโปรเอไอเอสด้วยการทำราคาถูกกว่าเอไอเอส และมีอย่างอื่นเสริมเข้ามาที่แพคเกตเอไอเอสไม่ได้ให้  ในที่สุดผมยกซิมให้พี่ โดยสัญญากซิมให้พี่ในวันที่ 26 มกราคม 2560

3.ผมเล่นหุ้นด้วย ฉะนั้นผมมีเงินในพอร์ตที่ต้องถอนออกมา ช่วงแรกทางฝั่งโน้นบอกผมจะทำสัญญาวันที่ 30 มกราคม 2560 ที่มาเลเซีย ซึ่งตอนแรกบอกทำสัญญาช่วงกลางเดือนมกราคมประมาณวันที่ 16 ผมจึงบอกหัวหน้าเรื่องลาออกก่อนปีใหม่ คราวนี้มาเลื่อนเป็นสิ้นเดือนมกราคม 30 ผมบอกหัวหน้าใหม่อีก ขอลาออก 26 มกราคม 2560 และทำงานวันที่ 25 เป็นวันสุดท้าย

ผมบอกเจ้าของหอพักเรื่องย้ายออก ผมติดต่อเรื่องซิมการ์ด ผมขายหุ้นแม้ผมไม่อยากขาย แต่ผมต้องขายเพราะอยากได้เงินมาใช้ การขายหุ้นไม่ใช่ขายปุ๊บได้เงินทันที ผมต้องรอเงินโอนเข้าบัญชีไม่ต่ำสามวัน (เราเรียก T+3) หมายถึง หากเราขายหุ้นออกวันศุกร์ แล้วเงินของเราจะสามารถถอนได้อีกสามวันไม่รวมวันหยุด นั้นหมายถึงผมจะถอนเงินก้อนที่ผมขายหุ้นในวันศุกร์ได้อีกทีคือวันพุทธครับ ทำเรื่องถอนเสร็จใช่จะได้เงินเดี๋ยวนั้น ต้องดูนโยบายแต่ละแบงค์ด้วยสามารถนำเงินเข้าบัญชีได้เมื่อไร บางแบงค์สามารถนำเงินเข้าวันพรุ่งนี้ได้เลย (คือพฤหัสบดี)

ฉะนั้น หากต้องไปทำสัญญาที่ 30 มกราคม ผมต้องเอาเงินมาใช้ประมาณวันที่ 26 เพื่อนำมาจับจ่ายใช้สอย นั้นผมต้องขายหุ้นทิ้งก่อน 23 มกราคม เข้าใจไหมครับ คนจะใช้เงินไม่สนหรอก ขาดทุนหรือกำไร ผมไม่มีเงินก้อนมากพอที่จะไม่ถอนเงินจากพอร์ตหุ้นได้

ผมเริ่มขายหุ้นเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2560 ขายเสร็จแค่รอเวลา ปรากฏว่ามีโทรศัพท์มีโทรเข้ามาวันที่ 16 มกราคม เป็นจากต่างประเทศ ตอนนั้นผมนั่งบนรถเมล์ริมหน้าต่าง ด้วยปัจจัยด้านเสียงแวดล้อม โทรศัพท์ที่มักมีคลื่นแทรกของสัญญาณระหว่างประเทศ กับความถนัดการฟังทางด้านภาษา และสำเนียงของภาษาของแต่ล่ะบุคคล

ด้วยปัจจัยเหล่านี้ทำให้ผมได้ยินไม่ชัดเจน ผมบอกอยู่บนรถเมล์ เดี๋ยวผมโทรกลับ ผมลงรถเมล์เพื่อจะเข้าห้างโลตัสแถวนั้น ผมโทรกลับด้วยกด 003 ตามด้วยเบอร์ที่ปรากฏในโทรศัพท์ สัญญาณตอบกลับคือผมกดเบอร์ไม่ถูกต้อง ผมขอความช่วยเหลือจากคอลเซนเตอร์เอไอเอส ให้เบอร์ไปละช่วยผมหน่อย ผมอยากโทรกลับเบอร์นี้ต้องทำอย่างไร เอไอเอสตอบกลับเป็นเบอร์จากประเทศอังกฤษ ที่ผมกด 003 มันถูกแล้ว

แต่ผมยืนยัน ผมกด 003 มันบอกเป็นเบอร์ที่ไม่ถูกต้อง ไม่ใช่สายไม่ว่างหรือไม่มีสัญญาณตอบรับจากเลขหมายที่คุณเรียก
ผมโทรไปเบอร์มาเลเซียกับคนที่คุยอีเมลด้วย ผมบอกว่ามีคนโทรมา ใช่คุณหรือเปล่า อีกฝั่งตอบผมไม่ได้โทร ด้วยภาษาอังกฤษของผมใช่ว่าจะเก่ง ผมได้แต่ทำใจ โทรหาบริษัทจัดหางานฝั่งไทย มีเบอร์นี้เข้ามา ไม่ทราบว่าทางคุณได้รับข่าวสารอะไรไหม พี่แนะนำผม  ให้ดูที่อีเมลเป็นหลัก

ใช่ ผมอยากดูอีเมลเป็นหลัก คิดว่าหากขาดการสื่อสาร คนที่โทรมาเมื่อครู่น่าจะส่งอีเมลมาด้วยอีกครั้ง แต่ผลปรากฏว่าอีเมลไม่ได้มีข่าวสารอะไรเพิ่มเติม สรุปคือผมอาจโดนแกล้งหรือเปล่า

คำตอบที่ผมได้รับล่าสุดคือไม่ใช่ คนที่โทรเข้ามาด้วยเบอร์แปลก โทรเข้ามาเพื่อขอเลื่อนการเดินทางอีกเป็นเดือนหน้าคือ 06 กุมภาพันธ์ 2560 ตรงนี้บริษัทจัดหางานฝั่งไทยเป็นคนบอกมา

เวรกรรม….เลื่อนอีกแล้ว ด้วยปัจจัยหรือเหตุผลของล่ะบุคคลทำให้เลื่อน แต่ผมเลื่อนไม่ได้แล้วครับ ผมบอกหัวหน้าลาออกวันที่ 26 มกราคม ผมรู้สึกเสียดายค่าแรงเพราะช่วงห่างเกือบ 10 วัน (26 มกรา - 05 กุมภา) ในสิบวันที่ผมว่าง มันหมายถึงผมมีแต่ค่าใช่จ่ายโดยไม่มีรายรับเข้ามาเลย แต่คุณจะให้ผมทำอย่างไร ในเมื่อผมเลื่อนการลาออกจาก 16 มกราคม เป็น 26 มกราคม แล้ว จะให้ผมเสียดายเงินแล้วของเลื่อนอีกให้อีกฝั่งวุ่นวายเพื่ออะไร ฉะนั้นการลาออกของผมแน่ชัดคือ 26 มกราคม 2560 แน่นอน
เรื่องซิมโทรศัพท์เช่นกัน ความจริงผมก็อยากใช้ไปเรื่อยๆ คุยทางพี่ พี่บอกผมซิมที่พี่ใช้อยู่ไม่ค่อยดีเลย พี่อยากเปลี่ยน”  นั้นหมายถึงพี่อยากได้ซิมผม ในเมื่อผมตกลงกับพี่วันที่ 26 มกราจะยกซิมให้ ผมต้องทำตามคำพูด เราไม่รู้หรอก อีกฝั่งอาจจะยกเลิกซิมของเขาวันที่ 25 มกราคมแล้ว เพื่อรอซิมจากผมก็ได้ ถูกไหม

ฉะนั้น ผมต้องตัดความวุ่นวายด้วยการยกซิมให้ตามที่เคยบอกกล่าวไว้แต่แรก

อีกเรื่องคือเรื่องหอพัก ความโชคดีที่ชั้นผมมีห้องว่างบางห้อง ทำให้เจ้าของหอพักไม่เน้นเรื่องวันออกมากเท่าไร แต่พี่แกก็อยากรู้วันออก เราจะตกลงเรื่องเงินคงค้างต้องรับคืนเท่าไร จ่ายคืนเท่าไร เรื่องเหล่านี้ทำให้ผมต้องโทรหาบริษัทจัดหางานที่ประเทศไทย ผมอยากได้ตารางเวลาที่แน่ชัด พี่ถามฝั่งมาเลเซียได้ไหม คือเราไปวันที่ 06 กุมภา เครื่องบินออกวันไหน ต้องทำอย่างไร ผมจะได้จัดกระเป๋า เก็บของได้สะดวก เตรียมซ้อมดราม่าด้วย

คำตอบคือ พี่เองต้องรอคำตอบจากฝั่งนู่นเหมือนกัน เวรกรรม

ผมนึกว่าแค่รอเวลาเพื่อการเดินทาง แต่มีอีเมลส่งเข้ามาเป็นใบ approval คือเอกสารให้เราปรินซ์ออกมาเพื่อนำไปให้สถานฑูตมาเลเซียประทับวีซ่าว่า เราไปทำงาน อ้าวไอ้ผมนึกว่าเราเข้าด้วยพาสสปอร์ตท่องเที่ยวได้ แล้วให้บริษัทพาไปประทับตราวีซ่าที่ประเทศมาเลเซีย สรุปคือไม่ได้

 และวันนี้เอง มีอีเมลส่งมาเรื่องใบ Approval  คือใบที่ไว้รับรองเรากับสถานฑูตว่าเราทำงานกับที่นี่จริง ซึ่งจะการอ้างอิงตามระบบของเขา

ตอนนี้ผมเคลียร์หนี้ชีวิตใครต่อใครเสร็จในวันที่ 26 มกราคม 2560

วันที่แปด 27/01/2560

       วันนี้ผมไปสถานฑูตมาเลเซียเหมือนเดิม หลังจากที่ผมได้โทรถามสถานฑูต จริงๆแล้วดูเวปของสถานฑูตได้ ก็ไปตามปกติคือไปเช้าๆ เพราะจะได้แก้ไขทันหากต้องการอะไรเพิ่มเติม

         ผมไปถึงเจอลุงเหมือนเดิม ทักทายสวัสดี แกก็จดตามหน้าที่มาทำอะไร ขอดูเอกสารหมดล่ะครับ ผมไม่เรื่องมากขอดูอะไรให้ดูหมด เมื่อถึงหน้าเค้าเตอร์ เจ้าหน้าที่ยื่นเอกสารให้กรอก พร้อมทั้งแนะนำดังนี้
1.สำเนาใบ approval 2 ชุด
2.รูปถ่ายขนาดประมาณ 1 นิ้ว 1 รูป
3.บัตรประชาชนตัวจริง
4.สำเนาบัตรประชาชน โดยให้ด้านหน้าและด้านหลังอยู่ในหน้าเดียวกัน หากใครไม่ได้สำเนาไม่ต้องตกใจ โรงแรมแถวนั้นรับสำเนาให้แต่ราคาสูงกว่าท้องตลาด นั้นเป็นเรื่องปกติครับ
5.พาสสปอร์ตตัวจริง

ฉะนั้นคุณควรกะเวลามาให้ดี เพราะเราต้องเสียเวลากรอกเอกสาร(ดาวโหลดในเวปไซท์ได้ครับ) โดยสถานฑูตมาเลเซียเปิดรับทำพาสสปอร์ตเรื่องขออนุญาตเข้าเมืองด้วยวีซ่าทำงาน ตั้งแต่เวลา 08:30 – 11:00 .

·        อ๋อ ไม่ต้องถามเหมือนผมนะครับ Passport Type เขียนคำว่า Passport

·        เอกสารใช้ลายมือเขียนได้ครับ แม้เอกสารบอกให้พิมพ์อย่างเดียวก็ตาม

·        คุณทำงานกี่เดือนก็ไม่เป็นไร ให้ใส่จำนวนเดือนหนึ่งเดือนหรือเท่าไรก็ได้ เพราะเจ้าหน้าที่บอกว่า เดี๋ยวผมต้องไปทำ final (สุดท้าย) ที่ประเทศมาเลเซียอีกครั้ง (สรุปอันนี้ยังไม่ใช่การขอวีซ่าตามอายุการทำงานที่เราต้องการครับ)

โดยปกติ เจ้าหน้าที่บอกผมสามารถรอรับวันเดียวได้ครับ แต่เนื่องจากวันศุกร์ที่ 27 มกราคม 2560 มันเป็นวันซวยของผม ที่เจ้าหน้าที่ให้มารับวันที่ 1 กุมภาพันธ์ เพราะมันอยู่ในช่วงตรุษจีน พูดให้ฟังง่าย สถานฑูตหยุดวันตรุษจีนครับ ฉะนั้น คนที่มาทำเรื่องเอกสารควรตรวจสอบวันหยุดประจำของประเทศนั้นๆด้วย และตอนนี้พาสสปอร์ตของผม ฝากไว้กับสถานฑูตมาเลเซียครับ

พี่ศิราณีไม่โผล่มาช่วงนี้เลย แต่ไม่เป็นไรครับ ผมไปต่อได้

วันที่เก้า 01/02/2560

       ตอนนี้ไปสายหน่อยเพราะรู้แล้วครับ เราไม่ต้องไปยื่นอะไรอีกแล้ว เราแค่รับพาสสปอร์ต ผมเจอลุงหน้าสถานฑูตเหมือนเดิม เอาใบนัดให้ลุงและเจ้าหน้าที่สถานฑูตดู เพียงไม่กี่อึดใจ ผมได้พาสสปอร์ตที่ถ่ายรูปได้น่าเกลียดมาก ตัวจริงดีกว่าเยอะขอบอก

         ผมพลิกมันดูไปมา ถามผมดีใจไหม ตอบได้เลยว่านิดหน่อยแต่รู้สึกเหนื่อยมากกว่า ก่อนกลับผมทักทายลุง ผมบอกไม่อยากเจอลุงแล้วนะครับ ผมกลัวลุงน้อยใจ ผมบอกต่อถ้าเจอลุงนั้นหมายถึงพาสสปอร์ตของผมมีปัญหา ผมต้องกลับมาแก้ไขอีก ขอลาขาดจ้าาาาาาาาาา

สเต็ปเดิมๆ คือใส่ข้อมูลตามที่บริษัทต้องการ และสแกนส่งให้บริษัทในประเทศมาเลเซีย โอเคซิการ์แลค ชอคโกแลค ไม่มีอะไรตอบกลับมา นั้นหมายถึงผมไม่มีปัญหา สาธุ

วันที่สิบ 03/02/2017

         ผมได้รับอีเมลอีกครั้ง ผมตื่นเต้นเวลาเปิดเมล กลัวอะไรไม่ผ่าน กลัวเอาอะไรเพิ่มอีก แต่ตอนนี้ลาออกแล้วจึงมีเวลาแก้ไขได้หากมีอะไรผิดพลาด สิ่งที่ได้จากอีเมลฉบับนี้ Fight Booking ครับ มาครบองค์ประชุม ตอนนี้ผมเห็นผู้ร่วมเดินทางของผมมีใครบ้าง บางคนแอบส่องในเฟซบุ๊คด้วย (เผือก)

         โอ้…..เจอโจทย์อีกแล้ว ในนั้นระบุวันเดินทางคือวันที่ 05 กุมภาพันธ์ 2560 แล้วเวลาล่ะ ผมมัวแต่ส่องแอบดูเฟซบุ๊คชาวบ้าน จนไม่ได้สังเกตุในเอกสารไม่มีเวลาเดินทางให้ครับ เอ๋…..เจอโจทย์แบบนี้ผมทำอย่างไร จะโทรไปถามแอร์เอเชียดีไหม ต้องนั่งหาเบอร์โทรอีก ผมลองมั่วเข้าเวปไซต์แอร์เอเชีย มันมีให้ใส่ตัวเลขอะไรสักอย่าง มันฟลุ๊คมาก ออกมาเลยเที่ยวบินของผมเริ่ม 08:00 .

ไม่ได้รวยนะจ๊ะ เคยเที่ยวเวียดนามใกล้บ้านเราเนี้ยล่ะ รู้ว่าต่างประเทศควรไปก่อนเวลาเดินทางสองชั่วโมง แต่ผมชอบเผื่อเวลา เผื่อมีเรื่องนู่นนี้คนเยอะรอคิวนาน ผมไปก่อนสักสามชั่วโมง

วันที่สิบเอ็ด 05/02/17

         หลังจากที่จัดกระเป๋าเดินทางเรียบร้อย ผมลืมบอกผมใช้กระเป๋า 7-11 ด้วยครับ ตอนแรกรู้สึกอายนิดๆใช้ของแถม แต่รู้สึกดีที่ได้ใช้มัน กระเป๋าดูไม่ค่อยแข็งแรงเพราะไม่ได้เป็นไฟเบอร์ ผมไม่ได้เอากระเป๋าโหลดใต้เครื่องครับ ผมเอากระเป๋าขึ้นเครื่องด้วย สรุปคนชอบถามกัน กระเป๋าเซเว่นขึ้นเครื่องได้ไหม ตอบแทนประชาสัมพันธ์เอาขึ้นเครื่องแอร์เอเชียได้ครับ

         ผมใช้กระเป๋าราคาถูกๆเดินออกมา บอกลาร้านกาแฟขาประจำ พี่แกตั้งร้านแต่ตั้งฟ้ายังไม่สว่างเลย ขยันจัง แกมีน้ำใจลุกเดินออกจากเก้าอี้มาช่วยผมยกของขึ้นแท็กซี่ ผมขอขอบคุณด้วยครับ

         ผมไปด้วยแท็กซี่ในอินเตอร์เน็ตบอกจากรามคำแหงไปดอนเมืองใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมง ผมตอบแทนได้เลย เกินครับ จับเวลาได้ประมาณ 45 นาที เอ๋….ราคาแท็กซี่เท่าไรนะ ผมจำไม่ค่อยประมาณ 250 บาทมั้ง ราคาไม่ถึงแต่ผมทิปให้แก พี่แท็กซี่ใจดีเอารถเข็นมาให้ ยกกระเป๋าให้ ผมขอขอบคุณด้วยครับ

         มาถึงสนามบินดอนเมืองรู้สึกโอเค ผมมาก่อนสองชั่วโมงครึ่ง แถวยาวพอสมควร ผมรู้ว่าเคาเตอร์สายการบินต่างประเทศจะเปิดก่อนเวลาบินสามชั่วโมง แน่นอนมันต้องเลขนัมเบอร์สายการบินผมโผล่ขึ้นมาแน่ ไอหย่า……มันไม่มีตัวเลขที่อยู่ในมือผมเลย

         อ้าวเวรกรรมแล้วกูจะรู้หรือมั่นใจไหม กูเดินมาถูกทาง ผมถามสิครับ ถามพนักงานที่สแกนกระเป๋าเดินทาง ผมโชว์ใบเอกสารของผมให้เจ้าหน้าที่ดู ผมตอบว่าผมไม่เจอเลขสายการบินที่จะขึ้น คือดูอะไรพลาดหรือเปล่า เจ้าหน้าที่บอกให้ไปเคาเตอร์ขายตั๋ว

         ผมต้องกดคิวและนั่งรอใช้เวลาอยู่สักพัก ผมคุยกับเจ้าหน้าที่ถึงปัญหา เจ้าหน้าที่บอกเดี๋ยวปรินซ์ให้ใหม่ ไอ้กูนึกว่าคงได้ตัวเลขของสายการบินที่อยู่บนกระดาน สรุปคือมันก็ใบเดียวกับที่ผมถือล่ะ เพียงแต่รูปแบบต่างกัน เอาเป็นว่าเราสื่อสารไม่เข้าใจ ผมอธิบายใหม่ เจ้าหน้าที่บอกเอาตัวบุ๊คกิ้งของผมไปเช็คอินได้เลย

         สรุปคือ มั่นใจเอกสารบุ๊คกิ้งที่ได้แล้วเช็คอินเลยจ้า อย่าแคร์สื่อ (กูจะรู้ม่ะ)

         เข้าใจป่ะ ยิ่งสายคนยิ่งเยอะ ผมเสียเวลามาต่อใหม่อีก เอาเป็นว่าใครได้แค่บุ๊คกิ่งจากหน้าเวป อย่าแคร์สื่อ เช็คอินได้เลยครับ ผมทำตามที่สนามบินทั่วไปทำ โหลดกระเป๋าเช็คอิน ได้ตั๋วที่นั่ง เดินเข้าเกต แถวๆคนที่ชอบดราม่ากัน พอดีเพื่อนร่วมเดินทางโทรมา ทำให้ผมทราบต้องไปเกตที่ประตูไหน ถ้าจำไม่ผิด 25 มั้ง ดีจังไม่ต้องเสียเวลาเดินหาเกตอีก เพราะในตั๋วไม่มีเกตบอก ย่นระยะเวลา

         ในวันเดียวกัน เราเจอเพื่อนร่วมงานหนึ่งคน ผมขึ้นเครื่องเจอเพื่อนร่วมงานอีกสองคน สรุปผมรู้จักเพื่อนใหม่สามคน เราขึ้นเครื่องบินไปกัวลาลัมเปอร์ใช้เวลาประมาณสองชั่วโมง

         ขาออกสนามบิน ผมคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอีกแล้ว คราวนี้ผมสร้างโจทย์เอง เนื่องจากเราเข้าด้วยวีซ่าทำงานใช่ไหมครับ ผมต้องมีใบ approval ที่เคยให้สถานฑูตมาเลเซีย และต้องยื่นให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองด้วย ผมเบรกการเดินทางของเพื่อนร่วมทางสามคนเกือบชั่วโมง เพื่อมารอผมคนเดียว ผมตัดสินใจบอกให้เดินทางก่อนได้เลย เพราะมีที่อยู่ที่โรงแรงครับ เดี๋ยวผมขึ้นแท็กซี่ตามไป จ่ายแพงหน่อยแต่สบายใจไม่ได้เป็นตัวถ่วง

         มันเป็นความงี่เง่าผมเอง ผมย้อนกลับมาดูอีเมลที่ทางบริษัทส่งมา ซึ่งบอกไว้อย่างชัดเจนด้วยภาษาพื้นๆว่าต้องแสดงให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองด้วย เอาเป็นว่าผมอ่านหนังสือไม่ละเอียดและโทษใครไม่ได้นอกจากตัวเอง แต่ในเมื่อมีโจทย์ขึ้นมาแล้ว ผมคงต้องแก้แล้วทำอย่างไรดี

         ผมต้องซื้อซิมการ์ดในสนามบิน ซึ่งทุกคนกลัวโดนจ่ายค่าโง่ว่าจะต้องจ่ายแพงกว่าข้างนอก แต่ผมยอมจ่ายเพราะต้องการใช้เน็ตสื่อสารกับเพื่อนร่วมเดินทาง สรุปผมจ่ายด้วยราคา 50 เหรียญใช้ได้หนึ่งเดือน คือราคาพอๆกับเมืองไทยครับ ถ้าเทียบจำนวนนาทีและจำนวนพื้นที่ใช้เน็ต

         ผมต้องใช้ช่องทางพิเศษด้วยการคุยกับเจ้าหน้าที่ที่อยู่ด้านไหน แสดงใบ approval ทางมือถือให้เจ้าหน้าที่ดู เจ้าหน้าที่เปิดดู สรุปคือผ่านได้ ดีใจจังครับ ผมไม่ต้องเรียกพี่ศิราณีออกมา

         ผมขอโทษเพื่อนร่วมงานเรียบร้อย โชว์ความงี่เง่าให้ชาวโลกเห็น แต่อย่างน้อยผมก็ผ่านมันไปได้ครับ ตอนนี้ยังขาดเพื่อนร่วมงานอีกหนึ่งเพราะเราต้องมีห้าคน ตอนนี้มีแค่สี่คน เพื่อนคนหนึ่งเคยทำงานเกี่ยวกับการบินจึงอาสาตรวจสอบให้ว่าเพื่อนคนนี้เช็คอินด้วยหรือเปล่า คำตอบที่ได้คือ เธอไม่ได้เช็คอิน โอเคเราไปกันต่อ

         ผมผ่านโจทย์มาตั้งเยอะ ผ่านเรื่องงี่เง่าก็แยะ ตอนนี้เราทั้งหมดกำลังเดินออกจากสนามบิน ฉับพลันสายตากระทบแสงแดด ความรู้สึกช่วงนี้หมือนในหนังครับ ตอนจบของเรื่องมักมีดวงอาทิตย์ฉายเสมือนวันใหม่กำลังมา

         แต่สำหรับผม ผมไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไร เพราะรู้ว่าเดี๋ยวสักพักมันจะต้องมืดอีกครั้งแน่

         ถ้าถามผมรู้สึกกลัวความมืดไหม ผมตอบได้ทันที ผมไม่กลัวความมืดครับ เพราะรู้ว่าเดี๋ยวมันต้องสว่างไสวอีกครั้งอย่างแน่นอน

เขียนโดย นบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์
        




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น